งานราชการ

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สร้างรายได้กับบริษัทคนไทย..thaiadpoint

thaiadpoint คือ บริษัทโฆษณาสินค้าและบริการของคนไทย ซึ่ง thaiadpoint เป็นผู้นำในธุรกิจการโฆษณาแบบได้รับอนุญาตในประเทศไทย เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2543 ปัจจุบันนี้มีสมาชิกมากกว่า 300,000 รหัส ครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย และที่สำคัญจ่ายผลตอบแทนให้จริงและจ่ายให้สมาชิกไปแล้วหลายหมื่นรายที่สามารถทำรายได้ได้ตามเป้า ซึ่ง thaiadpoint นำ 70% ของรายได้ในแต่ละเดือนก่อนหักค่าใช้จ่ายมาเป็นผลตอบแทนให้กับสมาชิกรวมไปถึงการให้เงินคืนเงินให้กับสมาชิกที่ร่วมทำกิจกรรมกับผู้ลงโฆษณา โดยที่สมาชิกไม่ต้องลงทุนอะไรเลยสักบาทเดียวเพียงแต่ร่วมรายการที่ผู้ลงโฆษณากำหนด เช่น การคลิกโฆษณา, การอ่านโฆษณา, การสมัครสมาชิก

thaiadpoint มีขั้นต่ำในการจ่ายเงินอยู่ที่ 1500 บาท โดยจ่ายเงินผ่านเช็ค, paypal และ paysbuy
โดย thaiadpoint จะคิดเงินให้ทุกวันที่ 25 ของเดือน โดยคำนวนจากแต้มสะสมของแต่ละเดือนที่ผ่านมา เช่น แต้มสะสมของเดือนมกราคมจะถูกนำมาคำนวณเป็นเงินในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถ้ายอดเงินรวมในบัญชีสมาชิกมีจำนวน 1,500 บาทขึ้นไป thaiadpoint ก็จะจ่ายเงินให้ตามที่เราตั้งค่ารับเงินเอาไว้

วิธีการสมัคร paypal รายละเอียดคลิกที่นี่
(สมัครฟรี ถ้าตอนสมัครมันให้แอดบัตรเครดิตเราสามารถ cancel ไปได้ ไม่จำเป็นต้องแอดบัตรก็สามารถเอามาใช้รับเงินจาก thaiadpoint ได้)

ถ้าใครรับเงินจาก thaiadpoint ผ่านเช็คก็ต้องกรอกข้อมูลชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ให้ถูกต้อง เพื่อให้ทาง thaiadpoint ส่งเช็คมาให้เราได้
thaiadpoint เป็นเว็บของคนไทยน่ะ เพราะฉะนั้นรายละเอียดต่างๆทั้งหมดก็จะเป็นภาษาไทยซึ่งสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดการทำงานต่างๆจากเว็บได้เลย


วิธีการสมัคร thaiadpoint (ฟรี)
กด link ด้านล่างเพื่อสมัครสมาชิก thaiadpoint


สมัครสมาชิกคลิกที่นี่เลย

หลังจากเข้าหน้าเว็บ thaiadpoint แล้วก็ให้คลิกที่ สมัครสมาชิกใหม่ ฟรี กรอกข้อมูล ให้ถูกต้องตามจริง
หลังจากสมัครเสร็จเราจะต้องยืนยัน account โดยให้ไปเช็คที่อีเมลที่เราใช้สมัคร
(เมลอาจจะไปอยู่ที่ junk mail หรือ spam mail)

วิธีการทำเงินจาก thaiadpoint
1. เมื่อสมัครสมาชิกเสร็จแล้ว login เข้าไปใน thaiadpoint ครับ
2. ไปที่เมนู สะสมแต้ม/เงิน ก็จะมีงานจาก thaiadpoint ให้เราทำมากมาย ซึ่งรายละเอียดแต่ละงานก็อ่านที่หน้าเว็บได้เลยน่ะครับ เพราะเป็นภาษาไทยอยู่แล้ว ในหน้านี้ คุณจะเห็น ข้อเสนอจากผู้ลงโฆษณา เรียงกันอยู่ ถ้าคุณสามารถตอบรับข้อเสนอเหล่านั้นได้ คุณก็จะได้รับเงินตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอนั้น เราเรียกมันว่า การร่วมกิจกรรม ครับ ข้อเสนอในหน้านี้ จะมีอยู่ 5 ประเภทด้วยกันคือ

PTC - Paid to CLICKเป็นโฆษณาย่อย ผู้ลงโฆษณาต้องการแค่ให้คุณคลิ๊ก ง่ายไหมครับ แค่คลิ๊กก็ได้เงิน แม้จะไม่มาก แต่มีเยอะครับ และที่สำคัญคือคลิ๊กได้ทุกวัน (ต้องเว้นไป 24 ชั่วโมงนะครับ) บางคน Login เข้ามาแล้วเห็นเยอะเลย 20-30 ตัว บางคนเห็นแค่ 8-9 ตัว มันขึ้นกับเวลา และงบประมาณต่อวันของผู้ลงโฆษณา ผมแนะนำว่าเข้ามาสักหลัง 14.01 เวลาเมืองไทย จะเป็นช่วงเปลียนวันของเครื่องแม่ข่าย งบประมาณจะออกมาเยอะที่สุดครับ

PPC - Pay per CLICK ผู้ลงโฆษณาต้องการให้คุณคลิ๊กเช่นกัน แต่เขาจะจ่ายผลตอบแทนในรูปอัตราผลตอบแทนต่อแต้ม คุณไม่ได้รับเงินจากการคลิ๊กโดยตรง แต่มันจะทำให้อัตราผลตอบแทนต่อแต้มสูงขึ้น ครับ

PPL - Pay per LEADผู้ลงโฆษณาต้องการให้คุณ สมัครสมาชิก, กรอกแบบสอบถาม, ทดลองใช้สินค้า หรือทำอะไรก็ตาม ที่คุณไม่ต้องเสียเงินในการร่วมกิจกรรม ว่าง่ายๆ ฟรี ครับ กลุ่มนี้จะให้ผลตอบแทนสูงกว่า

PTC, PPC และเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้กับสมาชิกสูงสุด ตัวอย่างเช่น คุณสมัครสมาชิกมาย์เซอร์เวย์ ใช่เวลาแค่ 5 นาที ก็ได้ 24 บาท แล้ว

PPS - Pay per SALEผู้ลงโฆษณาต้องการให้คุณซื้อสินค้า/บริการจากเขา มีทั้งซื้อแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ ส่วนใหญ่แล้วเขาจะให้เงินคืนสูงกว่า หรือพอๆ กับเงินที่คุณจ่ายไป ได้ทั้งของ และได้ทั้งเงินครับ ตัวอย่างเช่น คุณซื้อบริการโฮสติ้ง 2250 บาท ได้เงินคืน 2550 กำไรก่อนเลย 300 บาท แล้วยังได้ใช้บริการโฮสติ้งด้วย สรุปแล้วใช้ฟรีครับ

SS - Shadow Shopperผู้ลงโฆษณาต้องการให้คุณไปร่วมกิจกรรมกับเขา เช่นไปทานอาหาร ไปดูหนัง หรือทำอะไรก็ตาม แล้วก็นำหลักฐานในการร่วมกิจกรรม มาอ้างสิทธิ์รับค่าตอบแทน จากผู้ลงโฆษณาในแถบ สะสมแต้ม/เงิน คุณจะเห็น เมนูย่อยอีก 6 ตัว ดังนี้
จากการร่วมกิจกรรมอธิบายไปแล้วด้านบน นะครับ
จากการบอกเพื่อนไทยแอดพอยท์ โตขึ้นมาจนมีสมาชิก 3.5 แสนรหัส จากแผนธุรกิจ ที่เรียกว่า Viral Marketing หรือ ปากต่อปาก ครับ คุณบอกต่อสิ่งดีๆ ให้กับเพื่อนของคุณ มาสมัครเป็นสมาชิกไทยแอดพอยท์ คุณก็ได้จะรับ โบนัสบอกเพื่อน ตามช่วงเวลา ขณะนี้ (2009-02-08) โบนัสบอกเพื่อน คือ 10 บาท/ชื่อ อ่านรายละเอียด และ ลิงค์ที่ใช้บอกเพื่อน, วิธีที่จะบอกเพื่อน ได้ในหน้านี้ครับ
ฟอร์มอ้างสิทธิ์ขอรับค่าตอบแทนเป็นสิทธิ์ของคุณครับ ถ้าคุณร่วมกิจกรรมแล้ว คุณไม่ได้รับค่าตอบแทน ก็กรอกฟอร์มนี้ ไทยแอดพอยท์ จะไถ่ถามเอากับผู้ลงโฆษณาให้ครับ
จากการติดหน่วยโฆษณาสำหรับคนที่มีเวป มีบล๊อก ไม่ว่าจะใช้ของฟรี หรือมีเป็นของตัวเอง คุณก็สามารถสร้างหน่วยโฆษณา ไปติดในเวปได้ ถ้ามีคนคลิ๊กไปร่วมกิจกรรม จากหน่วยโฆษณาของคุณ คุณก็จะได้รับค่าตอบแทนเหมือนร่วมกิจกรรมเองครับ หน่วยโฆษณาแบบนี้ จะสลับสับเปลี่ยนโฆษณา ไปแสดงให้คุณเอง
จากการติดป้ายแบบเจาะจงผู้ลงโฆษณาคล้ายกับหน่วยโฆษณา แต่คุณระบุเจาะจงว่าต้องการแสดงโฆษณาตัวไหน เหมาะสำหรับคนที่ทำตลาดให้กับข้อเสนอตัวใดตัวหนึ่งเป็นพิเศษ
U-PORTALแทนที่คุณจะส่งลิงค์กิจกรรมให้เพื่อนทีละลิงค์ เครื่องมือตัวนี้ ให้คุณส่งให้เพื่อนได้ทั้งหมด เหมือนส่งหน้าสะสมแต้ม/เงินให้เพื่อน อีกทั้งหากคุณเป็นสมาชิกแบบ หุ้นส่วนธุรกิจ คุณสามารถเลือกรับ SUBID เพื่อที่จะทราบได้ว่าเพื่อนคนไหนร่วมกิจกรรมให้คุณบ้าง หรือจะแบ่งรายได้ของคุณให้เพื่อนๆ ก็ยังได้. YOUR LUCKY DAY - วันโชคดีของคุณทุกครั้งที่คุณร่วมกิจกรรม หรือแนะนำเพื่อน คุณจะได้รับฉลากเพื่อให้ระบบสุ่มเลือกแจกเงิน 100 บาท ให้คุณทุกๆ วัน.

3. กดที่เมนู บัญชีสมาชิก เพื่อดูรายละเอียด และเงินที่ได้จาก thaiadpoint แต่ผมชี้แจ้งอย่างนี้นะครับ อย่าง PTC ไทยแอดพอยท์ดูแลเอง มันก็สามารถขึ้นแสดงยอดได้ทันที แต่ข้อเสนอแบบอื่นๆ คุณต้องรอผู้ลงโฆษณาส่งรายการกลับมา บางรายก็จะส่งหลังจากเกิดการร่วมกิจกรรมแล้ว 48 ชั่วโมง บางรายส่งเดือนละครั้ง ดังนั้นยอดเงินมันจะไม่ได้แสดงทันทีนะครับ แต่จะคิดเงินให้ทุกเดือนในวันที่ 25
เท่านี้ก็สามารถทำเงินจาก thaiadpoint ได้แล้วครับ


มีข้อสงสัย ปัญหาเกี่ยวกับงานก็สามารถติดต่อทางเว็บเป็นภาษาไทยได้โดยตรงที่ http://thaiadpoint.com/tap8.1/html/contact_us.php

ที่มาบทความบ้างส่วนจากเว็บ thaiadpoint




วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

งานผ่านเน็ต..ทำแบบสอบถามออนไลน์!!

Th Online Survey : ทำแบบสอบถามออนไลน์ (ภาษาไทย)
โดยทางเว็บจะมี " โพล " มาให้ตอบเพื่อเก็บสะสมคะแนน
และเมื่อเก็บสะสมครบตามที่เว็บไซต์กำหนดก็สามารถนำมาแลกเป็นเงินได้

อัตราแลกเปลี่ยนคะแนนเป็นเงิน ดังนี้
5,200 points = 50 baht
10,500 points = 100 baht
50,500 points = 500 baht
100,500 points = 1,000 baht
Th Onling Survey มียอดขั้นต่ำในการถอนเงินคือ 50 บาท โดยจ่ายผ่าน paypal จ่ายเงินเร็วภายใน 24 ชม.

วิธีสมัคร paypal..คลิกที่นี่

ก่อนสมัครต้องอ่าน
1. Th Online Survey เป็นแพลตฟอร์มสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
2. สำหรับการลงทะเบียนโปรดให้ข้อมูลจริงของคุณ
3. เข้าร่วมในการสำรวจโปรดตอบแบบสอบถามอย่างจริงจัง หากพบว่าสมาชิกจงใจให้ข้อมูลเท็จเรามีสิทธิปฏิเสธการให้คะแนนของแบบสอบถาม

วิธีการสมัคร (ฟรี) กดลิงค์ด้านเล่างเพื่อสมัครสมาชิก
..สมัครสมาชิกคลิกที่นี่..

ต่อไปให้กรอกข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสมัคร ต้องกรอกข้อมูลตามความจริง กรอกเสร็จก็คลิกที่เสนอได้เลย
หลังจากนั้นให้เช็คที่อีเมลล์ของเรา ให้คลิกที่ลิงค์ยาว ๆ เพื่อยืนยันการสมัคร ถ้าไม่มีข้อความเข้าให้ไปเช็คที่ junk mail หลังจากนั้นก็สามารถ login เข้าไปทำงานได้เลย

วิธีการทำเงินจาก Th Online Survey
1. เมื่อสมัครสมาชิกเสร็จแล้ว login เข้าไป
2. ไปที่เมนู เข้าร่วมสำรวจ จะมีแบบสอบถามให้เราทำ ซึ่งจะมีมาให้ทำเรื่อย ๆ (ควร login เข้ามาดูบ่อยๆ เพื่อจะได้ไม่พลาดงาน) แต่ถ้าไม่เห็นแบบสอบถามขึ้นมาให้ทำก็แสดงว่าตอนนั้นยังไม่มีแบบสอบถามที่ให้เราทำได้

การเบิกเงินจาก Th Online Survey
ไปที่เมนู แลกเงินสด เลือกชนิดของรางวัลที่คุณต้องการได้เลย

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แฟรนไชส์..เครปเล็ก

แฟรนไชส์
เครปเล็ก ชิ้นละ 10 บาท
ด้วยการสังเกตและเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้า กลายเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้ธุรกิจ
ขนมเครปยี่ห้อ “Nแอนด์B” ที่เดิมได้รับความนิยมอยู่แล้ว ยิ่งเติบโตมากขึ้นหลายเท่าทวีคูณ ด้วยการพลิกโฉมจากเครปแผ่นใหญ่ มาทำเป็นเครปขนาดย่อม ใส่บรรจุภัณฑ์สวยงาม พร้อมหยิบซื้อได้ง่ายสะดวกรวดเร็ว ช่วยให้สินค้าตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงใจ และก้าวข้ามจากเป็นแค่ขนมกินเล่นสำหรับเด็กหรือวัยรุ่น สู่สินค้าของฝากสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

มนุษย์เงินเดือนล่าฝันขอเป็นเถ้าแก่
ธุรกิจเครป Nแอนด์B เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ.2541 โดยบุญประเสริฐ พู่พันธ์ และณัฐชยา อาจสุรินทร์ ซึ่งเวลานั้น ยังเป็นพนักงานประจำบริษัท ที่โดนลดเงินเดือนจากพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตก เพื่อจะหารายได้เสริมทดแทนเงินส่วนที่หายไป ประกอบกับมีฝันอยากเป็นเถ้าแก่ จึงลงทุนประมาณ 40,000 บาท เช่าพื้นที่เล็กๆ ในอิมพิเรียล สำโรง ทำธุรกิจขายขนมเครป
“ตอนที่กำลังคิดหาอาชีพเสริม ก็บังเอิญไปกินขนมเครปที่สวนสยาม เกิดถูกใจความอร่อย และรู้สึกว่าเป็นขนมที่วิธีทำมีเสน่ห์ เหมือนขนมแฟชั่น และตอนนั้นในแถบสมุทรปราการ ยังถือว่าแปลกใหม่ พวกเราเลยไปเรียนวิธีทำเครป แล้วเช่าพื้นที่ขายในอิมพิเรียล สำโรง ซึ่งวิกฤตปี 40 อีกด้านก็เป็นโอกาส เพราะก่อนหน้านี้ พื้นที่เช่าจะเต็มหมด และค่าเช่าก็แพงมาก แต่หลังฟองสบู่แตก พื้นที่ก็ว่างลง และค่าเช่าลดจากเดือนละ 3 หมื่นบาทเหลือ 8 พันบาท” บุญประเสริฐ เล่าย้อน ณัฐชยา เสริมต่อว่า ช่วงแรกทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ เช้าและเย็นจะดูแลร้านเอง ส่วนกลางวันให้ลูกจ้างเฝ้าร้าน โดยพยายามคิดค้นสูตรวิธีทำเครปให้มีรสชาติแตกต่างจากเครปทั่วไป จนได้แป้งสูตรพิเศษที่เนื้อบางกรอบ ซึ่งได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างมาก ส่งให้ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และขยายสาขาออกไปอีกหลายแห่ง จนรายได้แซงเงินเดือนประจำไป 2-3 เท่าตัว จึงตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจเครปเต็มตัว


“มินิเครป”เปลี่ยนตลาดสู่ของฝากโดนใจ
บุญประเสริฐ เล่าว่า หลังทำธุรกิจมา 5-6 ปี แม้ทุกสาขาจะมียอดขายน่าพอใจ บางแห่งลูกค้ารุมแน่นถึงขั้นต้องต่อคิว แต่ยังมีข้อคาใจว่า หากเทียบด้านรายได้กับร้านขนมแบรนด์เนม โดยเฉพาะร้านโดนัทเจ้าดัง ร้านเครป Nแอนด์B รายได้ยังต่ำกว่ามาก ทั้งๆ ที่จำนวนลูกค้าแทบไม่ต่างกัน

ใส่ในบรรจุภัณฑ์เหมาะแก่การหยิบซื้อ

ข้อสงสัยดังกล่าว บุญประเสริฐได้กลับมาทบทวนดูพฤติกรรมผู้บริโภคของตัวเอง จนพบจุดอ่อนประการสำคัญของการทำขนมเครป คือ ต้องทำทีละแผ่น ลูกค้าต้องเสียเวลารอนาน และกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ยังจำกัดแค่เด็กและวัยรุ่น เพื่อแก้โจทย์เหล่านั้น เป็นที่มาของไอเดียเพิ่มเติมสินค้าใหม่ โดยปรับเครปให้มีขนาดเล็กลงใส่ในบรรจุภัณฑ์สวยงาม เหมาะซื้อกลับไปเป็นของฝาก ซึ่งการปรับตัวครั้งนี้ ช่วยให้ธุรกิจเติบโตจากเดิมเป็นทวีคูณ

“จากที่ผมดูพฤติกรรมของลูกค้าพบว่า บางคนพอเห็นคิวยาวก็จะเซ็ง ขี้เกียจรอ ล้มเลิกความตั้งใจจะซื้อ รวมถึง คนกินเครปจะซื้อแล้วถือกิน ทำให้ปริมาณซื้อต่อหน่วยน้อย ผมเลยลองประยุกต์เครปให้มีขนาดเล็ก ทำลักษณะสำเร็จรูปใส่ในบรรจุภัณฑ์ดูดี ลูกค้าก็ไม่ต้องรอสามารถหยิบซื้อได้ทันที พร้อมกันนั้น ในร้านก็ยังทำสดๆ ใหม่ๆ ชิ้นต่อชิ้นควบคู่ไปด้วย เพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้า ซึ่งหลังจากออกมินิเครป ช่วยให้ตลาดกว้างขึ้น โดยระหว่างที่เด็กๆ มาซื้อเครปแผ่นใหญ่ พ่อแม่ที่มาด้วยกันก็จะไปเลือกซื้อมินิเครปกลับไปเป็นของฝาก โดยเฉลี่ยลูกค้าที่เข้าร้านจะมีอัตราซื้อสูงขึ้น ครั้งละ 5 ชิ้นขึ้นไป อีกทั้ง ยังขยายตลาดไปสู่การรับทำตามออเดอร์ ส่งตามงานสัมมนาต่างๆ โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ ช่วยกระตุ้นยอดขายให้สูงกว่าเดิม 2-3 เท่าตัว มียอดขายมากกว่า 1 แสนชิ้นต่อเดือน” เจ้าของธุรกิจ เผย

ณัฐชยา อธิบายว่า แป้งของมินิเครป ลักษณะจะหนานุ่ม อยู่ตรงกลางระหว่างแป้งขนมโตเกียวและขนมเครป มีไส้ให้เลือกทั้งคาวและหวานกว่า 15 ไส้ ทำให้ตอบความชอบของสมาชิกในครอบครัวได้ครบถ้วน เช่น น้ำพริกเผา ไส้กรอก พิซซ่าแฮม สังขยา สตรอเบอรี่ เป็นต้น ขายราคาย่อมเยา ชิ้นละ 10 บาท เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสบายกระเป๋าที่จะซื้อไปเป็นของฝาก นอกจากนั้น ในร้านยังมีเมนูอื่นๆ ได้แก่ ไส้กรอกทวิน ซึ่งเป็นไส้กรอกเกรดพรีเมียมม้วนด้วยแป้งเครป ชุดละ 2 ชิ้น ขาย 39 บาท ซูเปอร์เครป ให้เลือกได้ 2 ไส้ ราคาชิ้นละ 25 บาท (เพิ่มไส้ละ 5 บาท) และเครปหน้าพิซซ่า ราคาชิ้นละ 30 บาท
แตกไลน์แฟรนไชส์กระจายความบูม
จากอาชีพเสริมเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เมื่อปี พ.ศ.2551 ยกระดับเป็นบริษัท เอ็น แอนด์ บี พิซซ่าเครป จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีร้านสาขาของตัวเอง 15 แห่ง พนักงานประจำ 70 คน อีกทั้ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว (2552) ได้เปิดขายแฟรนไชส์ที่เน้นทำเลในดิสเคาน์สโตร์ ด้วยเงินลงทุน 49,000 บาท นับถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีสาขาสมาชิกแฟรนไชส์ทั่วประเทศแล้วถึง 90 จุด

เครปแผ่นใหญ่ สูตรแป้งบางกรอบ บุญประเสริฐ ให้เหตุผลการขายแฟรนไชส์เพราะเห็นว่า จะเกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ ผู้ลงทุนได้มีอาชีพสร้างรายได้ ขณะเดียวกันเมื่อมีจุดขายมากขึ้น กำลังซื้อวัตถุดิบต่างๆ ย่อมจะสูงตามไปด้วย ทำให้บริษัทมีศักยภาพต่อรองซื้อวัตถุดิบได้ในราคาถูกลง สำหรับการคุมคุณภาพแฟรนไชส์นั้น จะจัดอบรมก่อนเปิดร้าน มีทีมที่ปรึกษาด้านทำเล ทีมซุ่มตรวจคุณภาพ ประกอบกับดูยอดและปริมาณการสั่งวัตถุดิบของแต่ละสาขา ซึ่งจะรู้ถึงพฤติกรรมความเอาใจใส่ของสมาชิกแต่ละสาขา โดยที่ผ่านมา จากแฟรนไชส์ 90 สาขา มีอัตราปิดตัวเพียง 2 แห่ง ซึ่งเกิดจากปัญหาส่วนตัว ไม่ได้เกิดจากปัญหาธุรกิจ สำหรับกำไรเหลือจากยอดขายต่อหน่วย หักเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบอยู่ที่ 50% (ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าพนักงาน ค่าไฟฟ้า เป็นต้น) ส่วนอัตราคืนทุนจะขึ้นอยู่กับทำเล เฉลี่ยประมาณ 1-3 เดือน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของแฟรนไชส์นั้น บุญประเสริฐ ระบุว่า เดิมให้สมาชิกซื้อวัตถุดิบต่างๆ เอง ตามสเปกและยี่ห้อที่บริษัทกำหนด แต่เนื่องจากมีสมาชิกบางรายทำผิดข้อตกลง ทำให้ขนมไม่ได้คุณภาพเหมือนต้นตำรับ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อแบรนด์ ดังนั้น นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ได้ปรับสัญญา กำหนดให้แฟรนไชซีต้องรับวัตถุดิบทั้งหมดจากส่วนกลาง ซึ่งจะเป็นราคาที่ถูกกว่าหาซื้อเองตามท้องตลาด รวมถึง พิจารณาต่อสัญญาปีต่อปี ในรายที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง จะไม่ได้รับสิทธิ์ต่อสัญญา ตั้งเป้าอินเตอร์แบรนด์ ขายทะลุ 10 ล้านชิ้นต่อปี บุญประเสริฐ ยอมรับว่า ขณะนี้ มีผู้สนใจรอต่อคิวขอซื้อแฟรนไชส์อีกไม่ต่ำกว่า 100 ราย อย่างไรก็ตาม จะพยายามคัดกรองผู้ร่วมธุรกิจให้ดีที่สุด โดยปล่อยแฟรนไชส์ให้เฉพาะผู้เหมาะสมและตั้งใจจริงๆ เพื่อป้องกันแบรนด์สูญเสียคุณภาพ ในส่วนการผลิต บริษัทยังมีความพร้อมอีกสูง สามารถป้อนวัตถุดิบรองรับได้ถึง 200 สาขา สำหรับเป้าของธุรกิจ ภายในประเทศ จะขยายสาขาถึงสูงสุด 200 สาขา ในอีก 2 ปี และเพิ่มยอดขายขนมให้ถึง 10 ล้านชิ้นต่อปี จากนั้น เมื่อตลาดในประเทศแข็งแรงแล้ว จะยกระดับสู่อินเตอร์แบรนด์ นำแฟรนไชส์ Nแอนด์B ไปบุกตลาดเพื่อนบ้านต่อไป


สรุปการลงทุนแฟรนไชส์ “Nแอนด์B”

1. เงินลงทุน 49,000 บาท ได้รับคีออส พร้อมอุปกรณ์พร้อมเปิดร้าน รวมถึง การฝึกอบรมความรู้ ทั้งภาคทฤษฏี และปฏิบัติต้องผ่านการสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาการร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ โดยจะเน้นดูจากความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ความพร้อมด้านเงินลงทุน เวลาในการดูแลธุรกิจ และความเชื่อมั่นใจสินค้าของบริษัท
2. ต้องรับวัตถุดิบจากบริษัท และปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญา
3.กำไรต่อหน่วย ประมาณ 50% (คิดเฉพาะวัตถุดิบ ยังไม่รวมค่าเช่าพื้นที่ ค่าพนักงาน ฯลฯ)
4.ทำเลที่เหมาะสม ควรอยู่ในพื้นที่คนเดินผ่าน หรือทางเข้าออกประตู เหมาะที่ลูกค้าอยากซื้อกลับไปฝาก หรือซื้อกลับไปกินที่บ้าน
5. ทำเลต้องห้าม ไม่ควรอยู่ในศูนย์อาหาร เพราะธรรมชาติของผู้บริโภค เมื่อกินอาหารหลักจนอิ่มแล้ว มักจะไม่ค่อยซื้อขนมกลับบ้าน
6. แฟรนไซซอร์ สนับสนุนแฟรนไซซี โดยทำประชาสัมพันธ์ผ่านการลงโฆษณาทางนิตยสาร และสื่อต่างๆ
7. พิจารณาต่อสัญญาปีต่อปี ในรายที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง จะไม่ได้รับสิทธิ์ต่อสัญญา
8. อัตราคืนทุนขึ้นอยู่ที่ทำเลร้าน โดยเฉลี่ยประมาณ 1-3 เดือน


โทร.0-2334-2188 หรือ www.nbpizzacrepe.co.th

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แฟรนไชน์กับร้านสารพัดบริการ..วินเซ็นท์

ผู้นำร้านสารพัดบริการครบวงจร รายแรกของไทยเมื่อเอ่ยถึงร้านสะดวกซื้อ คงจะนึกถึงภาพร้านค้าสมัยใหม่ที่เน้นขายสินค้า แต่หากจะนึกถึงร้านที่ขายบริการหลาย ๆ อย่างแบบสะดวกซื้อ คงต้องนึกถึงผู้ปูทางธุรกิจร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย กับธุรกิจบริการแนวใหม่ “ ร้านวินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส” สุดยอดมินิมาร์ทด้านบริการของเมืองไทย ที่รวมบริการหลายอย่างไว้มากที่สุดในขณะนี้บริการครบเครื่อง ตรงใจ
วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส แบ่งภาคการให้บริการออกเป็น 9 ประเภทได้แก่
1.บริการงานไปรษณีย์ชุมชน
2.บริการจุดรับชำระเงิน( Pay Counter)
3.บริการจองตั๋วเดินทาง (Travel Booking)
4.ศูนย์ประกันวินาศภัยและบริการด้านรถยนต์
5.ศูนย์ถ่ายเอกสารครบวงจร( Copy Center Service)
6.ศูนย์ถ่ายรูปด่วนดิจิตอล (Digital Photo)
7.ศูนย์เติมหมึกเครื่องพิมพ์
8.เครื่องเติมเงินออนไลน์
9.บริการสินเชื่อ - บัตรเครดิต

บริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด เริ่มจากการรับวางระบบและเป็นที่ปรึกษาในธุรกิจนี้ จนมีเครือข่ายของร้านที่ผ่านมือการจัดการของบริษัทฯ ไปจำนวนไม่น้อย และได้เรียนรู้ปัญหา สร้างประสบการณ์ให้กับทีมงานของบริษัทฯเป็นอย่างมาก นี่เป็นนโยบายที่ดีมาก เพราะหากบริษัทฯแม่ที่คิดจะขยายงานระบบแฟรนไชส์ไม่เข้มแข็ง โอกาสที่แฟรนไชส์ซี จะล้มเหลวย่อมมีสูง เมื่อวินเซ็นท์ฯ เข้มแข็งมากขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว ก็ได้พัฒนาขึ้นมาสู่ระบบธุรกิจกึ่งแฟรนไชส์ ซึ่งถือเป็นขั้นสุดท้าย ก่อนก้าวเข้าสู่การขยายงานแบบธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบในปลายปี 2547 คุณจิรภัทร สำเภาจันทร์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “เรามั่นใจในระบบธุรกิจใหม่ของเราที่มีเครือข่ายกว้างขวาง ระบบการทำงานที่ดี ทีมงานมีประสบการณ์ระดับมืออาชีพ พร้อมจะดูแลเถ้าแก่มือใหม่ได้อย่างมั่นใจ” ภายหลังเมื่อเซ็ตระบบการทำงานตามขั้นตอนลงตัวเป็นมาตรฐาน “วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส” ในรูปแบบระบบธุรกิจแฟรนไชส์จึงเกิดขึ้น ซึ่งลูกค้าแฟรนไชซีมั่นใจในพนักงานน้อย ระบบการบริหารจัดการที่ดี กิจกรรมการให้บริการที่หลากหลาย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ควบคุมความเสี่ยง เป็นธุรกิจขายงานบริการที่จำเป็นมีลูกค้าแน่นอน ตลอดจนคู่แข่งทางตรงน้อย ไม่ต้องวางแผนการตลาดที่ซับซ้อน หรือกลัวการตัดราคาซึ่งปัจจุบันกำลังเข้าสู่ปีที่ 5 พร้อมก้าวข้ามสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านสารพัดบริการอย่างมั่นคง ภายใต้แนวความคิดการบริการแบบครบวงจร ด้วยวิธีบริการเบ็ดเสร็จ(One Stop Service) โดยมีความสะดวก รวดเร็ว และสามารถรองรับความต้องการลูกค้าได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็สามารถครองความไว้วางใจจากผู้ลงทุน เกิดเป็นหลักการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นทั้งแฟรนไชซีและบริษัทเจ้าของสิทธิ์ หรือที่เรียกว่า กลยุทธ์ Win-Win Strategy และอาศัยความโปร่งใสสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน

ธุรกิจใหม่ในร้านบริการ เพิ่มขึ้นตลอดเวลาคุณจิรภัทร เล่าต่อว่า ปัจจุบันวินเซ็นท์ได้ขยายรูปแบบบริการมากขึ้น รองรับกับกระแสเทคโนโลยี ด้วยการจับมือกับเครื่องเติมเงินออนไลน์ e-Pay จำหน่ายบัตรโทรศัพท์ ชั่วโมงอินเตอร์เน็ต และเกมออนไลน์ ทำให้ร้านทันสมัยมากขึ้น ในปัจจุบัน ร้านวินเซ็นท์ฯ ยังมีบริการด้านการทำบัตรเครดิต และสินเชื่อเงินสดให้กับธนาคารและสถาบันการเงินอีก 11 แห่ง ซึ่งร้านแฟรนไชส์ เพียงแค่รวบรวมเอกสารของลูกค้าเพียงเล็กน้อยพร้อมใบสมัครและส่งมายังบริษัทฯแม่ จากนั้นเราจะส่งไปยังสถาบันการเงินเพื่ออนุมัติ จากนั้นเมื่อผลอนุมัติออกมา ทางแฟรนไชส์ซีก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่น ในอัตราที่ไม่น้อยทีเดียว โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการติดตามทวงถามหนี้แต่ประการใด เราเรียกธุรกิจนี้เก๋ ๆ ว่า “ธุรกิจชวนคนเป็นหนี้”

ทุกวันนี้ต้องบอกว่า ใครที่ลงทุนกับวินเซ็นท์ฯ จะคุ้มค่ามาก ๆ เพราะ
1. บริษัทมีอำนาจการต่อรองกับผู้ค้าและพันธมิตรมากเนื่องจากเรามีการรวมกลุ่มเข้มแข็ง มีจำนวนการขายและสั่งซื้อมาก
2. ช่วยให้แฟรนไชน์ทำเงินมากขึ้น โดยใช้งบเท่าเดิมเพราะเรามีธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มเติมตลอดเวลา ผู้นำใน
การสร้างมาตรฐานใหม่ เสนอจุดต่างอย่างสม่ำเสมอกรรมการผู้จัดการบริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจน กลายเป็นข้อดีจูงใจผู้สนใจลงทุน ประกอบด้วย
1. ฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ ทางวินเซ็นท์ฯ ได้ลงทุนพัฒนาศูนย์ฝึกอบรม ในรูปแบบห้องปฏิบัติการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ (Lab Computer) เพื่อฝึกอบรมผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ใหม่เป็นประจำทุกเดือน

2. การนำระบบซอฟท์แวร์มาช่วยระบบการจัดการภายในร้าน โดยใช้เงินลงทุนและเวลาในการพัฒนาระบบเป็นรายแรก ที่ดำเนินการสร้างระบบจากปัญหาจริง ๆ โดยระบบเน้นการบริการรวดเร็ว ลดความผิดพลาด ได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้า ผ่านโปรแกรม One Stop Service V2.0
3. บริการพิเศษระหว่างดำเนินกิจการ เป็นระบบการให้บริการที่ช่วยให้แฟรนไชส์ซีอุ่นใจได้ ว่าปัญหาที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน จะได้รับคำแนะนำและแก้ไขทันท่วงทีจาก 8 บริการหลังการขายด้วยกัน
ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าสนใจ

เมื่อกล่าวถึงอัตราการให้ผลตอบแทนการลงทุนนั้น น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะธุรกิจที่วินเซ็นท์ฯ นำมาใส่ไว้ในร้านสารพัดบริการ เป็นธุรกิจที่มีการทำการอยู่แล้ว พบเห็นได้ทั่วไป แต่ด้วยไอเดียบวกดีกรีวินเซ็นท์ ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะไปรอด คุณจิรภัทรกล่าวว่า “ ลองคิดเล่น ๆ ดูนะครับว่า ธุรกิจไปรษณีย์เอกชน เราพบเห็นกันทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าที่ค่าเช่าแพงแสนแพงก็อยู่กันได้ ส่วนจุดรับชำระเงิน เราพบเห็นตามร้านสะดวกซื้อชื่อดังก็โตขึ้นทุกปี ถ้าศูนย์ประกันภัย พรบ. เราเห็นกันเยอะแยะตามอาคารพาณิชย์ อู่ซ่อมรถ ในเรื่องจองตั๋วก็คงเคยเห็นเอเย่นต์ขายตั๋วเครื่องบินบ่อย ถ้าถ่ายรูปด่วน หรือถ่ายเอกสารก็เคยเห็นตามแล็ปสี หรือเห็นทั่วไปตามชุมชน ดังนั้นธุรกิจที่แฟรนไชส์วินเซ็นท์ทำ เป็นธุรกิจที่มีกันอยู่แล้ว แต่แยกกันอยู่แยกกันทำ ก็เห็นว่า ธุรกิจต่าง ๆ อยู่กันได้ดี ถ้ามารวมกันในร้านเดียวรูปแบบวินเซ็นท์ฯ ใส่ระบบจัดการดี ๆ ใช้พนักงานน้อยๆ ทำไมจะไม่รวยล่ะ ! ”ลงทุนอย่างมืออาชีพกับเงื่อนไขพิเศษสำหรับรูปแบบการลงทุนแฟรนไชส์ “วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส” เริ่มต้นงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้น 255,000 – 450,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและการตกแต่ง (รวมอุปกรณ์ทั้งหมด , การวางระบบ,การฝึกอบรม , โปรแกรมซอฟแวร์ ,การตกแต่งป้าย,เคาน์เตอร์ ,ระบบคอมพิวเตอร์,อุปกรณ์สำนักงาน,เครื่องใช้สิ้นเปลือง) ซึ่งไม่มีค่าแฟรนไชส์แรกเข้า และงบประมาณลงทุนสามารถร่วมหารือและกำหนดร่วมกันกับผู้ลงทุนได้ตามสถานที่ที่เหมาะสมขนาดพื้นที่ของร้าน จะเป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้อง หรือบูธในห้างสรรพสินค้า พื้นที่ประมาณ 12 – 50 ตารางเมตร สามารถทำธุรกิจของวินเซ็นท์ฯครบทุกตัว หรืออาจทยอยเริ่มทำธุรกิจตัวหลักก่อนได้ตามความเหมาะสมขณะนี้ วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส ได้ผ่านร้อนผ่านหนาว สยายปีกทั่วประเทศมีร้านแฟรนไชส์ไปแล้วมากกว่า 80 แห่ง เรียกกว่ามากที่สุดในกลุ่มธุรกิจด้านบริการแขนงนี้ และตั้งเป้าในปี 2549 มีสาขาเพิ่มอีก 85 สาขา รวมเป็นทั้งหมด 150-200 สาขา มีธุรกิจใหม่เพิ่มเติมในร้านตลอดเกือบทุกเดือน มีพนักงานแผนกดูแลลูกค้าร้านแฟรนไชส์ซีโดยตรง และมีแนวโน้มเติบโตเป็นขั้นเป็นตอนอย่างพอเพียง เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและมั่นคงที่สุด อันจะก้าวไปสู่มาตรฐานใหม่ที่เหนือกว่า...

สนใจสอบถามข้อมูล/ บริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด

www.winsent.com
โทร. 02-3774524 , 02-7329846 , 01-2072196-7 , 09-7407927
E-mail :marketing@winsent.com

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ข่าวสาร..การอบรม นานา อาชีพแก้จน

อบรมอาชีพ ที่สถาบันสอนทำขนมไทยบ้านแม่

ขนมไทยเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนไทยเรา มีทั้งสีสัน รสชาติ ความสวยงาม และการพิถีพิถันในการทำและต้องอาศัยฝีมือและความประณีตในการทำเป็นอย่างมากคนที่มีฝีมือในการทำขนมไทยทุกวันนี้เริ่มหายากขึ้นทุกวัน หากปล่อยไว้ขนมไทยอาจสูญหายไปได้ สถาบันสอนทำขนมไทยบ้านแม่ เป็นสถาบันที่เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมอย่าง ขนมไทยของเรา ต้องการสืบทอดและเผยแพร่ให้ทั้งคนไทยและคนต่างชาติได้รับรู้จึงได้เปิดเป็นสถานบันสอนเกี่ยวกับการทำขนมไทยขึ้น โดยคุณ คชภูมิ เคนจันทึก เจ้าของสถาบันขนมไทยบ้านแม่ที่ได้รับสูตรขนมไทยจากรุ่นปู่ย่าตายายได้ทดลองนำขนมไทยไปขายยังต่างประเทศและได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก เพราะรสชาติอร่อยไม่หวานจนเกินไป เหมาะแก่งานมงคลและใช้เป็นของฝากได้ดี

หลักสูตรการเรียน
1.ภาคทฤษฏี
เป็นการเรียนรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับขนมไทย

2.ภาคปฏิบัติ
เป็นการลงมือปฏิบัติทำขนม พื้นฐานคือ ขนมชั้น และขนมมงคลทั้ง 9 ได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น เม็ดขนุน จ่ามงกุฏขนมทองเอก ขนมเสน่ห์จันทร์ ขนมถ้วยฟู ใช้เวลาเรียน 2 วัน ค่าเรียนเริ่มต้นที่ 1,500 บาท นอกจากนี้ยังมีการสอนแกะสลัก และสอนทำอาหารทุกชนิดอีกด้วย รับประกันสามารถเปิดร้านได้ทันทีที่จบการเรียน

สนใจติดต่อได้ที่
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขนมไทยบ้านแม่ 88/2654 หมู่ 6 ซอยพระราม2 69แยก 4 ถ.พระรม2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150โทร. 02-892-8891-2,086-662-6177,083-700-1692

ผู้ใดสนใจอยากเปิดร้านขนมไทยลองติดต่อสอบถามกันไปได้เพื่อจะได้มีอาชีพสร้างเงินที่น่าสนใจ และเพื่อช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไว้ให้ลูกหลานสืบต่อไป


อบรมการทำกาแฟสด กับwattana caffee

หลายๆคนที่สนใจอยากจะเปิดร้านกาแฟสด แต่ยังขาดความรู้ไม่รู้ว่าต้องชงกาแฟแบบไหนถึงจะถูกใจคอกาแฟ รวมทั้งการเลือกสรรเมล็ดกาแฟแบบไหนถึงจะได้กาแฟคุณภาพดีการเปิดร้านกาแฟนั้นเป้นความฝันของหลายๆคนอยากจะมีร้านกาแฟเล็ก มีลูกค้าหมุนเวียนเข้าร้านตลอด ทำรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้ แต่การจะเปิดร้านกาแฟนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะให้ร้านกาแฟประสบความสำเร็จเพราะทุกวันนี้ตลาดกาแฟได้ขยายตัวขึ้นอย่างมาก จะเห็นได้จากตามข้างทางหรือสถานที่ต่างๆจะมีร้านกาแฟอยู่มากมาย แน่นอนว่าการแข่งขันต้องสูงมาก ทำยังไงเราจะสามารถเข้าไปแข่งขันกับคนอื่นได้และสามารถประคับประคองร้านของเราให้ไปรอดได้อีกทั้งยังทำให้ลูกค้าติดใจในรสชาติและบรรยากาศของร้าน แวะเวียนกลับมาดื่มกาแฟจนเป็นลูกค้าประจำของเราได้

วันนี้ อ.รอย แอดดิสัน แห่ง หจก.วัฒนากาแฟ ได้เปิดสถาบันอบรมเถ้าแก่ใหม่ที่สนใจอยากทำธุรกิจร้านกาแฟสด อ.รอย แอดดิสัน ผู้มีประสบการณ์ในวงการกาแฟมามากกว่า 20 ปี โดยให้ความเห็นว่า การทำร้านกาแฟนั้นต้องรู้และเข้าใจในธุรกิจกาแฟว่า ต้องประกอบไปด้วย 3 สิ่ง คือ เมล็ดกาแฟคุณภาพดี เครื่องชงกาแฟดีและคน ยกตัวอย่างกาแฟสดสไตล์อเมริกัน นิยมดื่มกาแฟอาราบิก้า 100 % แต่สไตล์อิตาเลี่ยนจะนิยม กาแฟที่มีส่วนของโรบัสต้า 10-40% การเรียนการสอนจะสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับกาแฟ โดยจะเปิดอบรมทุกวันอังคารเวลา 11.00-16.00 น.และเสาร์-อาทิตย์13.00-18.00 น.ค่าอบรม 1,500 บาทเท่านั้น รับคอร์สละ 10 คนเท่านั้นเพื่อให้ได้เรียนกันแบบตัวต่อตัว นอกจากนี้ที่watana caffee ยังจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับเปิดร้านกาแฟแบบครบวงจร พร้อมทั้งบริการซ่อม ปรับแต่งหรือให้เช่า เครื่องทำกาแฟคุณภาพดี
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หจก.วัฒนากาแฟ 7/56 หมู่ 11 รามอินทรา 52/1(ซอยโรงพยาบาลสินแพทย์) แขวงคันนายาว เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร.02-948-5947,081-832-4639,086-500-3204,086-533-2204,แฟ็กซ์ 02-948-5950หรือที่ www.wattanakaffee.com
สนใจอยากเปิดร้านกาแฟสดลองติดต่อเข้าอบรมได้นะครับ ขอเป็นกำลังใจให้ เถ้าแก่ใหม่ทุกท่านประสบความสำเร็จในธุรกิจทุกท่าน


เปิดสอนการทำเครื่องประดับ โดย lohameka studio

โลหะมีค่าสตูดิโอของศิลปะเครื่องประดับ คือ สตูดิโอของผู้ที่สนใจเรียนเกี่ยวกับการออกแบบและการทำเครื่องประดับโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการออกแบบหรือการทำเครื่องประดับก่อนที่จะเข้าร่วมเวิร์คช็อป เวิร์คช็อปนี้จะให้ทักษะที่ดี
และความสนุกของการออกแบบและการทำเครื่องประดับ อย่างไรก็ตามหลังจากจบชั้นเรียน ชิ้นงานเครื่องประดับที่คุณสร้างสรรค์
คุณสามารถนำกลับบ้านได้และคุณจะเห็นว่าคุณสามารถทำเครื่องประดับได้ด้วยตัวของคุณเอง


วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

อาชีพทำเงิน..เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น

กระแสการรักษาสุขภาพถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง การออกกำลังกาย อาหารเสริม สมาธิและดนตรีถูกนำมาใช้เพื่อให้เกิดสุขภาวะต่างๆ และอาหารก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ อาหารที่ได้จากเห็ดชนิดต่างๆ นับว่าเป็นแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง จากคนที่ไม่เคยหรือไม่ชอบทานเห็ด ก็กลับมาบริโภคเห็ดกันเพิ่มขึ้นทุกวัน

เป็นโอกาสสำหรับอาชีพใหม่ๆ ที่มีตลาดเปิดกว้างขึ้น นั่นก็คือ “อาชีพเพาะเห็ด”และ 1 ในเห็ดเพื่อสุขภาพที่ถูกพูดถึงกันอยู่เสมอๆ ก็คงไม่พ้นเห็ดโคนญี่ปุ่น

ปัจจุบัน การเพาะเห็ด นับเป็นอาชีพที่ให้รายได้ดีไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ ซึ่งหากมีการสำรวจให้ดีจะพบว่ามีเกษตรกรและผู้สนใจเข้าสู่อาชีพนี้กันเป็นจำนวนมาก นั่นเป็นเพราะตลาดแน่นอน และเป็นสินค้าเกษตรที่ให้คุณค่าทางอาหารและประโยชน์ต่อร่างกาย
อย่างที่ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่เข้าสู่โครงการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นโดยยึดเป็นอาชีพหลักเพื่อ
สร้างรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งนายสังเวย นาคน้อย เจ้าพนักงานการเกษตร 6 สำนักงานเกษตรอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เล่าให้ฟังว่า เดิมทีกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีนโยบายให้จัดทำ 1 ตำบล 1ฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้ที่จะนำไปประกอบอาชีพเอง โดยในฟาร์มที่ทำจะมีการทำเกษตรหลายอย่าง เช่น การทำการเกษตรผสมผสาน การเลี้ยงปลา และการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในโรงเรือน นายสังเวย บอกว่า การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น แม้เป็นอาชีพที่ใช้ต้นทุนสูงเริ่มแรกเพื่อปลูกโรงเรือนเพาะเห็ดประมาณ 5-6 หมื่นบาท แต่หากพิจารณาโดยรวมและการทำรายได้ระยะยาวแล้ว การลงทุนทำอาชีพนี้นับว่าคุ้มค่ามากและเห็นผลไว ตลาดก็แน่นอน นอกจากนี้เห็ดโคนญี่ปุ่นยังมีคุณสมบัติที่ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี อย่างที่ทำโรงเรือนเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรและผู้สนใจในพื้นที่ ปรากฏว่า ผลผลิตเก็บได้ตลอด สัปดาห์หนึ่งจะมีตลาดเข้ามารับผลผลิตไม่ต่ำ 100 กิโลกรัม นับเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ทั้งปี และยังเป็นแหล่งให้ความรู้กับเกษตรกรและผู้สนใจรายอื่น ๆ ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพของตนเองอีกด้วย

การเก็บเห็ดโคนญี่ปุ่นเพื่อขาย สามารถเก็บได้เป็นอาทิตย์ไม่ต้องรีบ โดยนำเห็ดสดใส่ถุงพลาสติกแล้วนำน้ำแข็งโปะนอกถุงเพื่อรักษาความสดของเห็ดได้นาน ราคาเห็ดโคนญี่ปุ่นที่จำหน่ายหน้าโรงเรือนจะขายส่งที่กิโลกรัมละ 150 บาท แต่ถ้าเป็นราคาตลาดเมื่อถึงมือผู้บริโภคจะอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 200-250 บาท หาได้ไม่ยาก และยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะมีธาตุอาหารมาก นายสังเวย บอกว่า ขณะนี้มีการขยายโรงเรือนเห็ดจากความสนใจของเกษตรกรไปมากแล้วกว่า 10 โรงเรือน และในอนาคตยังจะขยายโรงเรือนเพาะเห็ดออกไปอีก เนื่องจากเป็นอาชีพที่เกษตรกรสามารถทำได้ โดยกู้เงินจาก ธกส. ซึ่งปล่อยสินเชื่อให้ง่าย เพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่เห็นรายได้หมุนเงินผ่อนใช้เร็ว

Tips : เห็ดยานางิหรือเห็ดโคนญี่ปุ่น Pholiota cylindracea เดิมเป็นเห็ดที่เกิดในท่อนไม้ผุตามธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันได้มีการศึกษา และพัฒนาการเพาะเลี้ยงในเมล็ดธัญพืช แล้วเปลี่ยนมาเป็นขี้เลื่อยที่เพิ่มอาหารเสริมในอัตราที่เหมาะสมทำให้กับเห็ดชนิดนี้เจริญได้ดีในเวลาต่อมา เห็ดยานางิ เป็นเห็ดที่มีรสชาติดี โดยมีลักษณะเนื้อดอก ก้านดอก มีความกรอบแน่น เนื้อคล้ายเห็ดโคน กลิ่นหอมนิยมใช้ประกอบอาหารหลายชนิด นอกจากนี้ยังสามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นได้ นานกว่า 1 สัปดาห์ โดยยังมี ความสด รูปร่าง ขนาดน้ำหนัก และสีสรร ไม่เปลี่ยนแปลง การเพาะเลี้ยงสามารถกระทำได้ ง่ายเหมือนการเพาะเห็ดถุงทั่วไป และยังเพาะเลี้ยงได้ตลอดปี จึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่มีอนาคต
สัณฐานวิทยา หมวกเห็ดมีลักษณะค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-10 ซม. ดอกเห็ดที่ออกใหม่ จะมีลักษณะกลม ขนาดเล็ก ตรงกลางหมวกจะนูนสูงขึ้นมา ดอกสีน้ำตาลเข้ม มีเยื่อหุ้มสีขาวอยู่บริเวณใต้หมวก เมื่อดอกเห็ดแก่สีของหมวกจะซีดลงเป็นสีน้ำตาลอ่อน ตรงกลางหมวกที่ เคยนูนจะยุบและแบนราบ ขนาดดอกจะขยายใหญ่ขึ้นจนเยื่อหุ้มส่วนล่างใต้ดอกเห็ดจะฉีกขาด แล้วเปลี่ยนแปลงเป็นวงแหวนสีน้ำตาลเข้มติดอยู่ที่ก้านดอกเห็ด เมื่อดอกเห็ดแก่เต็มที่วงแหวนนี้จะเห็นไม่ชัดเจน สปอร์ ที่ครีบเห็ดมีลักษณะกลมรีเป็นรูปไข่ สีน้ำตาลเข้ม ส่วนของก้านดอกจะกลมและค่อนข้างยาวประมาณ 5-11 ซม. มีสีขาว แต่จะมีเส้นสีน้ำตาลแทรกอยู่ ดอกอาจเกิดเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มก็ได้ การเก็บเกี่ยวจะทำได้ง่าย เนื่องจากส่วนรากยึดติดกับวัสดุเพาะเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและไม่ติดแน่น

สูตรการทำก้อน
สูตรที่ 1

  1. ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 ก.ก.
  2. รำละเอียด 7 ก.ก.
  3. ภูไมท์ซัลเฟต 3 ก.ก.
  4. ดีเกลือ 0.2 ก.ก.
  5. ยิปซัม 1 ก.ก.
  6. ปูนขาว 1 ก.ก.
  7. ความชื้น 65 - 70 %
  8. ความเป็นกรดด่าง 5.5 - 7

สูตรที่ 2 ให้เปลี่ยนจากขี้เลื่อยไม้ยางพารา เป็นฟางข้าวสับ 100 ก.ก. ส่วนรายละเอียดอย่างอื่น เหมือนสูตรที่ 1

สูตรนี้ต้องหมักวัสดุกับส่วนผสมต่างๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันยกเว้นรำละเอียดทิ้งไว้นาน 7 วัน โดยกลับกองฟางหมักทุก 3 วัน จนกระทั้งไม่มีกลิ่นแอมโมเนีย ปรับความชื้น 65-70 % บรรจุวัสดุตามสูตรทั้ง 2 ลงในถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 7 x 12 นิ้ว หนักถุงละ 1 กิโลกรัม สำหรับขี้เลื่อย และ 500-800 กรัม สำหรับฟางข้าวสับ ใส่คอขวด จุกสำลีใช้ฝาครอบพลาสติกปิดจุกสำลีกันเปียกน้ำ นำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งแบบลูกทุ่งใช้เวลา 2-4 ชม.ที่อุณหภูมิ 90-100 ํC ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นใส่หัวเชื้อเห็ด โดยเทเมล็ดข้าวฟ่างซึ่งมีเส้นใยเห็ดเจริญคลุมอยู่ ลงถุง อาหารผสม ถุงละประมาณ 15-20 เมล็ด ในห้องที่ไม่มีลมโกรก และสะอาด นำไปบ่มไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 25-30 ํC เส้นใยเห็ดจะเจริญเต็มถุงวัสดุเพาะประมาณ 30-45 วัน
การทำให้เกิดดอกเห็ดและเก็บเกี่ยว เมื่อเส้นใยเห็ดเดินเต็มถุง ย้ายก้อนเชื้อไปยังโรงเรือนเปิดดอก ซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ 25-30 ํC และความชื้นประมาณ 80-90 % การเปิดดอกโดยถอดจุกสำลีออกนำถุงก้อนเชื้อมาวางเรียงไว้บนชั้นเพาะในโรงเรือนที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ในช่วงเช้าและบ่ายจะให้น้ำก้อนเชื้อและบริเวณภายในโรงเรือน วันละประมาณ 2 ครั้ง เพื่อให้มีความชื้นสม่ำเสมอ หลังเปิดดอกประมาณ 5-7 วันจะเกิดดอกเห็ด และสามารถนำไปบริโภคได้

สรุปแนวทางการผลิต
จากแนวทางการผลิตเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น ในจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อเดือน มกราคม 2548 -49 ที่ผ่านมา พบว่าสามารถให้ผลผลิตได้ดี ทั้งในวัสดุเพาะที่มาจากขี้เลื่อย และฟางข้าว แต่วัสดุเพาะที่เป็นปลายฟางข้าวนวดนั้น มีแนวโน้มที่เชื้อเห็ดเดินเต็มก้อนเชื้อได้เร็วกว่า อีกทั้งการเกิดดอกในแต่ละรุ่นที่เร็วกว่าการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็นวัสดุเพาะ นั่นแสดงให้เห็นว่าฟางข้าวที่มีเหลือใช้ในเขตภาคอีสานจำนวนมากนั้นมีโอกาสในการพัฒนาเป็นวัสดุทดแทนการการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่มีราคาสูงมากในปัจุบัน สำหรับการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเห็ดที่มีความต้องการของตลาดและมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150 บาท

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พังงา...ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ ภาค ข.

ระดับ 1
เจ้าหน้าที่พัสดุ
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=64

เจ้าหน้าที่ธุรการ
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=63

เจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=65

เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=66

ช่างโยธา ระดับ1
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=67

เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระดับ1
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=68

ระดับ 2
เจ้าพนักงานธุรการ
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=69

เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=70

เจ้าพนักงานพัสดุ
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=71

เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=72

เจ้าพนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=73

นายช่างโยธา ระดับ2
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=74

ระดับ 3
บุคลากร
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=75

นักวิชาการการเงินและบัญชี
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=76

นิติกร
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=77

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ3
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=78

นักวิชาการการศึกษา
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=79

นักพัฒนาชุมชน
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=80

นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=81

วิศวกรโยธา
http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=82

ภาคผนวก ข ข้อปฏิบัติในการเข้าสอบ
รายละเอียด : http://www.phangngalocal.go.th/datacenter/detail.php?news_id=83

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก.ของ ก.พ.

รายชื่อผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ.

ครั้งที่1 สอบวันที่ 19 กรกฏาคม 2552

- ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
http://job3.ocsc.go.th/ann/name1.pdf

- ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค , อนุปริญญาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
http://job3.ocsc.go.th/ann/name2.pdf

ครั้งที่1 สอบวันที่ 2 สิงหาคม 2552
- ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค อนุปริญญาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง รอบเช้า
http://job3.ocsc.go.th/ann/name3.pdf

-ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค อนุปริญญาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง รอบบ่าย
http://job3.ocsc.go.th/ann/name4.pdf

- ระดับปริญญาตรี
http://job3.ocsc.go.th/ann/name5.pdf

ผู้ที่เป็นผู้สอบผ่านภาค ก. ของ ก.พ. จะต้องส่งเอกสาร โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ
สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://job3.ocsc.go.th/ann/ann6.pdf

สำหรับผู้ที่สอบในวันที่ 30 ส.ค. , 6 ก.ย. , 20 ก.ย. , 27 ก.ย. 2552
สามารถเข้ามาตรวจสอบรายชื่อผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ก.พ.
ได้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2552

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

เทศบาลลำพูน ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ค.

ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นพนักงานเทศบาลจังหวัดลำพูน

ระดับ 1
-ช่างเขียนแบบ1
http://www.lumphun.com/thailocal/Level1_23sep/ch_keanbab.PDF

-เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์1
http://www.lumphun.com/thailocal/Level1_23sep/PR.PDF

-ช่างไฟฟ้า1
http://www.lumphun.com/thailocal/Level1_23sep/ch_faifar.PDF

-เจ้าหน้าที่พัสดุ1
http://www.lumphun.com/thailocal/Level1_23sep/pasadu.PDF

-เจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้1
http://www.lumphun.com/thailocal/Level1_23sep/jadkep.PDF

-ช่างเครื่องยนต์1
http://www.lumphun.com/thailocal/Level1_23sep/ch_yon.PDF

-ช่างโยธา1
http://www.lumphun.com/thailocal/Level1_23sep/yota1.PDF


ระดับ 2
-เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้2
-เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน2
-เจ้าพนักงานธุรการ2
-เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน2
-นายช่างโยธา2
ยังไม่ได้รับเอกสาร

-เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย2
http://www.lumphun.com/thailocal/Level2_23sep/sataranapai2.PDF

-เจ้าพนักงานทะเบียน2
http://www.lumphun.com/thailocal/Level2_23sep/tabian2.PDF

-นายช่างสำรวจ2
http://www.lumphun.com/thailocal/Level2_23sep/ch_sum_r.PDF

-นายช่างเครื่องยนต์2
http://www.lumphun.com/thailocal/Level2_23sep/k_yon2.PDF

-นายช่างเขียนแบบ2
http://www.lumphun.com/thailocal/Level2_23sep/k_bab2.PDF

-นายช่างไฟฟ้า2
http://www.lumphun.com/thailocal/Level2_23sep/ch_faifar2.PDF

-สัตวแพทย์2
http://www.lumphun.com/thailocal/Level2_23sep/s_pad.PDF


ระดับ3
-นักพัฒนาชุมชน
-บุคลากร
-นักวิชาการการศึกษา
-เจ้าหน้าที่สันทนาการ
-นักวิชาการการเกษตร
ยังไม่ได้รับเอกสาร

-นักวิชาการการเงินและบัญชี
http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/finance3.PDF

-นักวิชาการสวนสาธารณะ
http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/satatana3.PDF

-เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์
http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/com_3.PDF

-นักวิชาการสุขาภิบาล
http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/sukapiban3.PDF

-นิติกร
http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/law.PDF

-วิศวกร http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/engeneir3.PDF

-เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/audit.PDF

-เจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนและบัตร http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/tabian3.PDF

-พยาบาลวิชาชีพ http://www.lumphun.com/thailocal/Level3_23sep/payaban3.PDFลิงก์

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

ช่องทางทำกิน

ช่องทางทำกิน - ธุรกิจแฟรนไชน์
เครื่อง E Mobile เตรื่องชำระบิล โอนเงิน และเติมเงินมือถือ

สุดยอดนวัตกรรมทำเงินน่าลงทุน !!!
เตรื่อง E Mobile เป็นนวัตกรรมใหม่ของเครื่องชำระบิล โอนเงิน เติมเงินโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ระบบ แบบเรียลไทม์เครื่องแรกของเมืองไทย โดยใช้เงินลงทุนด้วยเงินเพียง 39,000 บาท ต่างจากแฟรนไชน์ประเภทเดียวกันที่ต้องใช้เงินลงทุนหลาย ๆ แสน

สำหรับการลงทุนที่วงเงิน 39,000 บาทนั้น แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้า 15,000 บาท ค่าแฟรนไชน์ 15,000 บาท/3ปี และค่าบริหาร ประชาสัมพันธ์ ดำเนินการติดตั้งพร้อมบำรุงรักษาอีก 9,000 บาท



ในส่วนของการทำงานนั้น ก็ง่ายมาก เพราะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่เป็นภาษาไทย ผู้ประกอบการเพียงทำตามขั้นตอนที่เครื่องบอกก็สามารถให้บริการได้ในเวลาสั้น ๆ โดยผลตอบแทนที่จะได้รับนั้น คือ
  • รายได้ 3% ของยอดขาย Air time ทั้ง 3 ระบบ
  • รายได้ 4 บาท/บิล ที่ชำระผ่านระบบ Mpay
  • รายได้จากการโอนเงินครั้งละ 5 บาท
  • รายได้ 6% ของยอดขายบัตรเติมเงินเล่นเกม

สถานที่ติดต่อ : 3 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพ 10250 โทร 0-2322-3145-6 , 0-2721-9505 , 08-6987-2588 , 08-5898-1038

ช่องทางทำมาหากิน - อาชีพทำเงิน

P.N. สลัดไฮโดร

จุดเด่นที่สำคัญ ของP.N. สลัดผักไฮโดร คือการใช้ผักที่ปลอดสารพิษ ผักสดคุณภาพดีที่ส่งตรงมาจากฟาร์ม

ขายสลัด ลงทุนต่ำ รายได้งาม สำหรับคนที่สนใจอยากทำธุรกิจนี้ หรือจะเอาไปต่อยอดธุรกิจที่มีอยู่ก็ได้ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหาร ร้านกาแฟต่าง ๆ ที่อยากได้เมนูสลัดเพิ่ม จากร้านต้นแบบที่จำหน่ายเปิดจำหน่ายในตลาดรัตนโกสินทร์ 200 ปี ย่านรังสิตมาได้ประมาณ 1 ปี สามารถขายได้ 80-100 ชุดต่อวัน ชุดละ 30 บาท (พร้อมน้ำสลัด) หักลบค่าใช้จ่ายแล้วจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 บาทเลยทีเดียว

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับทำเลด้วย หากมีทำแลที่ดี ก็สามารถขายได้มากกว่านี้ ส่วนเงินลงทุนนั้นอยู่ในระดับหลักพัน ที่ใคร ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณหนึ่ง 08-4011-9335 , 08-6303-8453

ที่มา ชุมทางอาชีพ